fbpx
/, Facebook Ad Guide, หน้าแรก/3 เทคนิคตั้งค่าแคมเปญโฆษณา Facebook อย่างมีคุณภาพ

3 เทคนิคตั้งค่าแคมเปญโฆษณา Facebook อย่างมีคุณภาพ

“ลงโฆษณาไปแล้วแต่ไม่เห็นได้ผลเลย” เชื่อว่ามือใหม่หลาย ๆ คนจะต้องเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ และที่ยากไปกว่านั้นก็คือ ถึงแม้จะหาเครื่องมือบริการใหม่ๆมาช่วยเหลือ แต่ก็ยังไม่ดีขึ้นซักเท่าไหร่ ปัญหาเหล่านี้อาจแก้ไขได้ง่ายๆ เพียงแค่คุณตั้งค่าให้เหมาะสมตั้งแต่ตอนตั้งค่าแคมเปญโฆษณานั่นเอง

หากคุณใช้ ad MATTER ซึ่งเป็นเครื่องมืออัตโนมัติที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (A.I) เป็นหลักล่ะก็ การตั้งค่าแคมเปญโฆษณาที่เหมาะสมก็เปรียบเสมือนการมอบวัตถุดิบคุณภาพสูง ให้เชฟสร้างอาหารชั้นเลิศออกมาให้คุณ มันเป็นการเอื้อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

วันนี้เราจึงอยากจะมาแนะนำเทคนิคในการตั้งค่าที่สามารถช่วยเพิ่มพลังให้กับแคมเปญโฆษณาของคุณได้ โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนดังนี้

1. ข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย (Demographic)
2. งบโฆษณา (Budget)
3. ระยะเวลาโฆษณา (Start/End Dates)

ข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย (Demographic)

ข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย

ข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย

ข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย หรือที่คนทำโฆษณามักจะคุ้นหูกันว่า Demographic นั้น หมายถึงลักษณะทั่วไปของกลุ่มเป้าหมาย เช่น

  • เพศ (ชาย, หญิง, ทั้งคู่)
  • อายุ (กำหนดเป็นช่วงเลขอายุ เช่น 25-34 ปี)
  • ที่อยู่อาศัย (ระบุเป็นชื่อพื้นที่ เช่น ประเทศไทย, กรุงเทพฯ, เชียงใหม่)
  • ความสนใจ (การท่องเที่ยว, กีฬา, เสื้อผ้าแฟชั่น, ชื่อแบรนด์คู่แข่ง)

ความสำคัญของข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย คือ ช่วยให้ระบบตั้งต้นการค้นหากลุ่มลูกค้าที่แท้จริงได้ง่ายขึ้น คล้ายกับการตีกรอบให้ A.I. นั่นเอง

เคล็ดลับของเราก็คือ กำหนดข้อมูลกลุ่มเป้าหมายให้สอดคล้องกับธุรกิจของคุณให้มากที่สุด หากยังนึกภาพไม่ออก เรามีตัวอย่างมาให้ดูครับ

ตัวอย่างที่ 1 – ธุรกิจร้านขายเสื้อผ้าผู้หญิง

เสื้อผ้าผู้หญิง

เรามาไล่เรียงทีละส่วนไปพร้อม ๆ กันเลย

  • เพศ: เพราะเป็นร้านขายเสื้อผ้าผู้หญิง จึงกำหนดให้เพศหญิงเท่านั้นที่จะเห็นแคมเปญโฆษณานี้
  • อายุ: กำหนดกว้าง ๆ แต่ยังอยู่ในขอบเขตที่จะซื้อสินค้าของร้านได้นั่นคือ 18-35 ปี
  • ตำแหน่งที่ตั้ง: เนื่องจากเป็นร้านออนไลน์ ที่สามารถจัดส่งได้ทั่วประเทศ จึงเลือกตำแหน่งที่ตั้งเป็น ประเทศไทย
  • ความสนใจ: กำหนดเป็นความสนใจของผู้หญิงกว้าง ๆ เช่น เสื้อผ้าผู้หญิง, การช็อปปิ้งและแฟชั่น รวมถึงความงาม เพราะกลุ่มนี้อาจมีแนวโน้มที่จะสนใจสินค้าของร้านได้มากกว่า

ตัวอย่างถัดไป เราจะเปลี่ยนจากร้านขายของเป็นแนวร้านอาหารที่มีที่ตั้งชัดเจนบ้าง เพื่อให้เห็นว่า ธุรกิจลักษณะนี้ ควรจะกำหนดข้อมูลกลุ่มเป้าหมายอย่างไรดี?

ตัวอย่างที่ 2 – ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น

ร้านอาหารญี่ปุ่น

  • เพศ: กำหนดให้ ทั้งเพศชายและหญิง สามารถเห็นโฆษณาได้หมด เพราะไม่ว่าเพศไหนก็ทานอาหารร้านนี้ได้
  • อายุ: กำหนดไว้ที่ 24-45 ปี เพราะเป็นวัยที่มีกำลังทรัพย์เพียงพอ
  • ตำแหน่งที่ตั้ง: เราสมมุติให้ร้านตั้งอยู่ในตัวเมือง จึงกำหนดพื้นที่แค่ กรุงเทพฯ เท่านั้น
  • ความสนใจ: เราสามารถกำหนดความสนใจเป็นประเภทอาหารที่ร้านขายได้ เช่น อาหารญี่ปุ่น และซูชิ

ค้นหาข้อมูลกลุ่มเป้าหมายของคุณเอง

การหาข้อมูลกลุ่มเป้าหมายที่สอดคล้องกับธุรกิจของคุณสามารถทำได้หลายวิธี เช่น คุณอาจดูจากประวัติลูกค้าที่เคยสั่งซื้อสินค้าว่าเป็นคนประเภทไหน หรือจะดูจากลักษณะสินค้าเหมาะกับใครก็ได้เช่นกัน

งบโฆษณา (Budget)

งบโฆษณา

การกำหนดงบโฆษณา (Budget) นั้นเป็นส่วนสำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะเงินเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้ระบบ A.I. สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งเงินก็เปรียบเสมือนพลังงาน หากมีเงินน้อยเกินไป ก็อาจทำให้โฆษณาทำงานได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร

จากการทดสอบ เราค้นพบว่า แคมเปญโฆษณาที่ทำงานได้ดีที่สุดจะกำหนดงบโฆษณาอยู่ที่ 1,500 บาทต่อวัน สาเหตุเพราะ ระบบจะแบ่งกลุ่มเป้าหมายได้เต็มที่ และสามารถวิเคราะห์ทางเลือกได้เร็วกว่าการใช้เงินน้อย ๆ ด้วย

แต่ถ้ามีงบไม่ถึง 1,500 บาท แล้วยังลงโฆษณาได้หรือไม่? คำตอบคือได้ครับ คุณสามารถกำหนดงบโฆษณาจากน้อย ๆ ก่อนได้เช่น 500, 700, 1000 เมื่อเห็นแล้วว่าโฆษณาทำงานได้ดี คุณค่อยเพิ่มงบขึ้น ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับแคมเปญโฆษณาของคุณได้อย่างเต็มที่

ระยะเวลาโฆษณา (Start/End Dates)

ระยะเวลาโฆษณา

ระยะเวลาโฆษณา (Start/End Dates) คือตัวกำหนดวันเริ่มต้นและวันจบที่ผู้คนจะเห็นโฆษณา

เราเคยทดสอบแคมเปญโฆษณาสองตัวที่มีงบโฆษณาเท่ากัน โดยแคมเปญหนึ่งมีระยะเวลา 3 วัน กับอีกแคมเปญหนึ่งมีระยะเวลา 7 วัน ผลลัพธ์ที่ได้จะแตกต่างกันอย่างมาก โดยเราได้ข้อสรุปว่า ระยะเวลายิ่งนาน ผลลัพธ์ยิ่งดีขึ้น

ทำไมระยะเวลาถึงมีผลกระทบต่อการทำงานของโฆษณา

คำตอบก็คือระบบ มีเวลาเรียนรู้ดีขึ้น โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 1-3 วันถึงจะเริ่มวิเคราะห์ได้ว่า กลุ่มเป้าหมายใดที่ทำงานได้ดีที่สุด จากนั้นในระยะเวลาที่เหลือก็จะเป็นการจัดสรรงบโฆษณาอย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงควรกำหนดระยะเวลาโฆษณาอย่างน้อย 7 วันขึ้นไป

ถึงเวลาสร้างแคมเปญโฆษณาของคุณเองแล้ว

เราขอสรุปการกำหนดค่าที่จะช่วยให้แคมเปญโฆษณาสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับธุรกิจของคุณ

1. กำหนดข้อมูลกลุ่มเป้าหมายให้สอดคล้องกับลูกค้า
2. กำหนดงบโฆษณาอย่างน้อย 1,500 บาท ต่อวัน
3. กำหนดระยะเวลาอย่างน้อย 7 วัน

เพียงเท่านี้ คุณก็พร้อมที่จะสร้างแคมเปญโฆษณาที่ให้ผลลัพธ์ในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนแล้วล่ะครับ

ก่อนจะจากกันไป…หากคุณเป็นหนึ่งคนที่ทำธุรกิจออนไลน์และ Boost Post เป็นประจำ เรามีระบบ AI ฟรีๆ ที่ช่วยจัดการโฆษณา Facebook และ Instagram ให้ตรงกลุ่มเป้าหมายและต้นทุนโฆษณาถูกลง หากคุณสนใจใช้งานได้ที่นี่เลย

เริ่มต้นใช้งาน adMATTERS
2019-07-18T14:34:26+07:00พฤศจิกายน 30, 2561|